BLOG​

เปลี่ยนโลโก้รับปีใหม่ ! Burger King อยากบอกอะไร ?ทำไมต้องรีดีไซน์ ?

 เมื่อราชาแต่งตัวใหม่ เอาใจพสกนิกรผู้รักเบอร์เกอร์พาไปส่องโลโก้ใหม่ของ Burger King ที่ดูเหมือนจะง่าย ๆ แต่ได้อยู่ !  ในโอกาสที่ Burger King รีดีไซน์ครั้งแรกในรอบ 20 ปี เปิดตัว Brand Identity ใหม่ ได้แก่ โลโก้ใหม่, font ใหม่ ซึ่งจะปรากฎอยู่บนแพคเกจจิ้งสินค้า ยูนิฟอร์มพนักงาน และการออกแบบตกแต่งร้าน ทั้งหมดนี้จะนำมาใช้ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นไป โลโก้ใหม่ของ Burger King ออกแบบให้เป็นสไตล์ retro (ย้อนยุค) แอบมีหน้าตาคล้าย ๆ กับโลโก้เก่าที่ใช้ในช่วงปี 1969-1999  แนวทางในการรีดีไซน์ แม้เปลี่ยนสีให้เหมือนวัตถุดิบจริง แต่ยังคงคาแรคเตอร์สนุกสนาน และสีจัดจ้านตามสไตล์ร้านฟาสต์ฟู้ด Burger King กล่าวว่า การเลือกใช้สีน้ำตาล สีแดง และสีเขียว ก็เพื่อสื่อถึง ขั้นตอนย่างไฟและความสดใหม่ของวัตถุดิบ  การใช้สีที่เหมือนวัตถุดิบจริง แสดงถึงความสดใหม่ จริงใจ และการเลือกใช้ font กลม ๆ ที่แสดงถึงรูปร่างของเบอร์เกอร์และอาหารอื่น ๆ ก็แลดูอร่อยทะลุฟอนต์จนอยากวิ่งออกไปกินเดี๋ยวนี้เลย​ ด้วยความที่เทรนด์รักสุขภาพมาแรง บวกกับวิกฤตโรคระบาด (ที่ไม่รู้จะจบลงเมื่อไหร่) ทำให้ Burger King เป็นหนึ่งในเชนร้านอาหารระดับโลกก็ประสบปัญหาเหมือนกับร้านฟาสต์ฟู้ดอื่น ๆ Burger King จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น สร้าง drive-thru experience ที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม และ พัฒนา delivery experience ให้น่าพึงพอใจเมื่อปี 2020 Burger King ได้ประกาศว่า จะเลิกใช้สีผสมอาหารและวัตถุกันเสียในเมนู signature อย่างเบอร์เกอร์ Whopper ด้วยเหตุผลที่ว่า แบรนด์ตั้งใจจะเสนอทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นให้แก่ผู้บริโภค  แบรนด์ก็คล้ายกับคน มีการหล่อหลอมให้เกิดขึ้นมา เติบโตขึ้นตามกาลเวลา ผ่านประสบการณ์มากมายตามแต่ละช่วงเวลา“การรีดีไซน์” จึงไม่ใช่แค่เพียงภาพลักษณ์ภายนอกที่ผิวเผิน แต่เป็นสะท้อนคือการปรับตัว ประกาศก้าวใหม่ของแบรนด์ให้ผู้บริโภคได้จดจำว่าการนำเสนอขายสินค้าชิ้นนั้น ๆ คุณตั้งใจยืนหยัดเพื่อสิ่งใด มันหมดยุคแล้วที่ธุรกิจจะสร้างแต่กำไร โดยไม่สนใจว่าได้ทำลายอะไรไปบ้าง ถ้าในวันนี้คุณเป็นแบรนด์สินค้าที่อยากเข้าไปอยู่ในใจคน มากกว่าการนำเสนอสินค้าและบริการ คือยืนหยัดเพื่ออะไรบางอย่างที่มีคุณค่า (ถ้าหากไม่อยากให้พวกเขามูฟออนไปจากคุณ)

อัปเดตเทรนด์ปี 20217 ไอเดียมาแรงแห่งโลกยุคใหม่ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ต้อนรับปีใหม่ด้วยไอเดียใหม่ ๆ กันดีกว่า  เว็บไซต์ได้เผยแพร่ 21 innovations ที่จะมาเป็นเทรนด์ในปี 2021 โดยเลือกมาจากหลากหลาย Industry และนี่คือ 7 ไอเดียที่เราประทับใจ จึ้งแค่ไหน ไปดู  1. “15-minute cities” เมืองน่าอยู่ที่จะไม่ทำให้คุณต้องเสียเวลา โดย: Reef Technology, USA “15-minute cities” เมืองที่ซึ่งรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้คนต้องการไว้ในระยะที่เดินถึง หรือเพียงแค่ปั่นจักรยาน เพื่อกระตุ้นความเป็นอยู่ที่ดีของคนเมืองและร้านรวงในชุมชน “15-minute cities” เป็นโปรเจคที่จะพลิกโฉมอสังหาฯ ที่มีมากมายจนเกินไป ให้กลายเป็นแหล่งรวมความเจริญของชุมชน ทั้งยังจับมือกับ partners อื่น ๆ เพื่อช่วยเติมเต็มเมืองขนาดย่อมนี้ให้ตอบโจทย์ผู้คนมากยิ่งขึ้น เช่น e-bikes, pop-up clinics และ urban farming (การทำฟาร์มในเมือง)นี่จึงอาจไม่ใช่เมืองที่ดูทันสมัยเหมือนอย่างในหนัง sci-fi ล้ำ ๆ เสมอไป แต่เป็นโอกาสและความหวัง ที่เราจะได้เห็นเมืองน่าอยู่เพิ่มขึ้นมาอีกหลาย ๆ ที่​ 2. Virtual Commute โปรแกรมดูแลใจ เมื่อต้องทำงานออนไลน์ โดย: “Microsoft”, USAสถานการณ์โรคระบาด ที่ทำให้เราต้อง Work from home กันไปยาว ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์อย่าง Microsoft ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของพนักงาน เป็นที่มาของ “Virtual Commute” feature ใหม่สำหรับใช้สื่อสารกันในทีม ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาวะความเครียดของพนักงานจากการ Work from home นอกจากนี้ยังได้เป็น partner กับ Headspace แอปพลิเคชันด้าน meditation และ mindfulness อีกด้วย  3. [email protected] โปรแกรมฝึกงานของผู้สูงวัย ที่เชื่อว่า 50 ก็ยังแจ๋วโดย: Thinkerbell creative agency, Australia [email protected] คือ โปรแกรมฝึกงานระยะ 8 สัปดาห์ ของ Thinkerbell หนึ่งใน creative agency ที่เท่ที่สุดในออสเตรเลีย เป็นการฝึกงานแบบมีเงินเดือนให้ด้วย เปิดสำหรับผู้สมัครสูงวัยที่มีอายุ 55 ขึ้นไปเกิดแนวคิดที่ อยากให้เกิด productivity ที่สอดรับกับภาวะสังคมสูงวัย ที่ชีวิตของผู้คนนั้นยืนยาวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทำให้ผู้สูงวัยนั้นมีจำนวนมากและยังคงทำงานได้ จากสัดส่วนของพนักงานในบริษัท มีผู้อายุเกิน 50 ปี เพียงแค่ 5 % เท่านั้น จึงทำให้ Thinkerbell ยิ่งมองว่าต้องกระตุ้นให้คนสูงวัยเข้ามาร่วมงานกันเพิ่มขึ้น เพราะชีวิตของพวกเขาเต็มไปด้วยประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์กับ creative industry (ที่ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้คนสูงวัยเท่าไหร่นัก)   4. Yallah Coffee, UK ธุรกิจกาแฟที่ขับเคลื่อนอย่างช้า ๆ  แต่ยั่งยืนYallah Coffee เลือกใช้วิธีขนส่งเมล็ดกาแฟด้วยเรือใบที่ขับเคลื่อนด้วยลม (wind-powered sailboat) กว่า 7,500 ไมล์ทะเลจากโคลอมเบียถึงสหราชอาณาจักร แม้ใช้เวลานาน แต่กลับเป็นการขนส่งสินค้าที่ผลิตปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์แทบจะเป็น 0แน่นอนว่า unconventional routes ไม่ทำให้เราถึงปลายทางได้เร็ว แต่สามารถสร้างความยั่งยืนให้กับโลก ซึ่งอาจเป็นปลายทางในระยะยาวที่มนุษย์เราต้องการ  5. “ชุดทดสอบการตั้งครรภ์” ของผู้มีความบกพร่องในการมองเห็นโดย: UK’s Royal National Institute of Blind Peopleครั้งแรกของโลกที่ UK’s Royal National Institute of Blind People ได้พัฒนาตัวแบบ “ชุดทดสอบการตั้งครรภ์” สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น เกิดจากแนวคิดที่ว่า เมื่อมีผู้คนทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเองก็มักจะรู้ผลได้ด้วยตนเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะในโลกนี้ยังมีผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นที่ไม่สามารถรับรู้ข่าวดีนั้นได้ด้วยตัวเอง (ต้องให้คนอื่นมาช่วยดูให้ ซึ่งไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น)Design for people of all abilities จึงเป็นความจำเป็น ไม่ใช่การทำไปด้วยความสงสาร หรือใจสงเคราะห์ หากแต่เครื่องยืนยันถึงความเป็นมนุษย์ที่คน ๆ หนึ่งพึงมี แม้ว่าเขาจะมีความบกพร่องบางอย่างก็ตาม  6. FoondaMate ช่วยให้เด็กเรียนออนไลน์กันได้ทั่วหน้า FoondaMate เป็น WhatsApp แชตบอตที่ช่วยให้นักเรียนในประเทศแอฟริกาใต้ สามารถเข้าถึง สื่อการเรียนการสอนได้ฟรี ! แม้ในยามที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียรนร.สามารถดาวน์โหลดพวกเอกสาร-งานวิจัยต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าอินเทอร์เน็ตFoondaMate จึงตอบโจทย์อย่างมากสำหรับสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูง รวมถึงภาวะโรคระบาด ถือเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมทางดิจิทัล (Digital Parity)  7. แคมเปญการตลาดที่ ไม่ ชวนให้คนซื้อ  โดย: Fifth Third Bank     โฆษณาที่ไม่ชวนให้ซื้อนี่มีด้วยเหรอ ? ทำไปทำไม ?Fifth Third Bank จัดแคมเปญโซเชียลมีเดียว่าด้วย “การไม่ชวนให้คนซื้อของอื่น ๆ” โดยได้ทำการยิง ads แข่งกับสินค้าต่าง ๆ เพื่อแย่งชิงพื้นที่การมองเห็นของคนในโซเชียล แต่ในขณะที่ร้านต่าง ๆ แห่ลงแต่ promotion ทำให้แคมเปญของ Fifth Third Bank นั้นได้รับความสนใจแคมเปญนี้ ต้องการให้นักช้อปทั้งหลายตั้งสติก่อนกดซื้อ ลดการบริโภคที่เกินจำเป็น เพื่อที่ท้ายที่สุดจะได้มีเงินเก็บมากขึ้นนั่นเอง สินค้าที่อยู่รอดได้ เป็นที่รักของผู้บริโภคในระยะยาว คือสินค้าที่ไม่เพียงแค่จะขายเอากำไรเท่านั้น หากแต่ยังจะต้องเป็นผู้ให้สิ่งดี ๆ แก่สังคม นำเสนอ “ความเป็นอยู่ที่ดีทั้งกายและใจ” ให้กับผู้บริโภค หรือ ใช้ platform ของแบรนด์เพื่อสร้าง awareness ในประเด็นต่าง ๆ  หวังว่าไอเดียเหล่านี้จะช่วยปลุกความคิดสร้างสรรค์ของคุณให้ออกมาเต้นรับปีใหม่  

พาไปดูนิทรรศการ Bangkok Through Poster เมื่อผู้คนกู่ร้องผ่าน “โปสเตอร์ดีไซน์”

จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว สำหรับงาน “Bangkok Through Poster” นิทรรศการที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนหัวใจสร้างสรรค์ ได้มาเล่าบางสิ่งบางอย่างผ่าน “โปสเตอร์ดีไซน์” ณ Kinjai Contemporary แกลเลอรีเล็ก ๆ ย่านบางพลัดที่คอยขับเคลื่อนวงการศิลปะร่วมสมัยอยู่เสมอ

How to เพิ่มยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้ ชนะตลาดอย่างไรเมื่อโควิด-19 รีเทิร์น​

โควิดกำลังกลับมารอบ 2  และกำลังซื้อของลูกค้าก็ลดลง แบรนด์ต้องปรับตัวอย่างไรในสิ้นปีนี้ การเพิ่มยอดขาย คือ ภารกิจสำคัญ ที่จะแบรนด์ต้องช่วยผลักดัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่พูดเลยว่า...ไม่ง่าย หลักคิดที่สำคัญของการชนะตลาดในช่วงนี้ คือ 1. Know Your Self แบรนด์ต้องกลับมาทำความเข้าใจตัวเองมากกว่าแต่ก่อน เพื่อหาให้เจอว่า อะไร คือ “จุดที่แบรนด์ของฉันแตกต่างและไม่เหมือนใคร”การเข้าใจแบรนด์ตัวเอง ไม่ใช่การท่องจำสคริปต์การขาย ว่าฉันมีอะไรบ้าง เพราะนั่น คือ แนวทางที่ลูกค้าจะปิดการฟังทันที แต่สิ่งที่ต้องทำ คือ 1.1 เข้าใจคุณค่าของแบรนด์ นี่คือ การค้นหาหัวใจที่สำคัญที่สุด ว่าคุณกำลังช่วยลูกค้าเรื่องอะไร ที่มันแตกต่างจากคู่แข่ง  ยกตัวอย่าง เช่น เราเข้าใจและใส่ใจลูกค้าด้วยทีมงานที่พร้อมให้ความรู้ตลอด 24 ชม. , เราคัดเลือกวัตถุดิบจากแหล่งผลิตที่มีจุดกำเนิดที่แตกต่าง , เรามีการทำเทรนนิ่งออนไลน์และมีการให้ความรู้อัพเดททุกสัปดาห์ เป็นต้น เหล่านี้คุณต้องหาให้เจอก่อนว่า แบรนด์ของคุณนั้นให้คุณคาอะไรกับลูกค้า 1.2 เข้าใจคุณค่าของสินค้า จงจำไว้ว่าเราไม่ได้ขายว่าสินค้านี้มีอะไร แต่เราขายว่ามันช่วยอะไรคุณ และการนำสนอสินค้า เพื่อให้ปิดการขายได้อย่างยอดเยี่ยมนั้น คุณต้องไม่ขายทุกสินค้าที่มี แต่จงมีตัวเลือกให้กับลูกค้าคุณ หรือยกมาแค่ 2 ตัวเลือก ให้ลูกค้าได้เลือก โดยไม่ชี้นำว่าอะไรดีที่สุด แต่ให้ลูกค้าเป็นคนตัดสินใจว่า เขาจะเลือกอะไร ตามหลักจิตวิทยา เมื่อมนุษย์มีตัวเลือกมากกว่า 1 เขามักจะเลือกไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง 2. Know Your Customer เมื่อเราเข้าใจตัวเองแล้วนั้น ต่อมาต้องเข้าใจลูกค้า นั่นคือ 2.1 สร้างความน่าจะเป็น: ต้องตั้งเป้าหมายในการสร้าง Lead ใหม่ๆ ให้ได้ทุกวัน ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะทำอะไรก็ตาม Lead ใหม่ในที่นี้ คือ รายชื่อลูกค้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางออนไลน์ที่สามารถใช้เป็นช่องทางที่ดีในการเพิ่มจำนวนรายชื่อว่าที่ลูกค้าใหม่ คอนเทนท์ในออนไลน์ที่สามารถเพิ่มจำนวน Lead ได้มีอยู่มากมาย เช่น  การสร้างคอนเทนท์ให้ความรู้,  การทำ Live, การทำ VDO ให้คนเข้ามาดู, การทำกิจกรรมบนหน้าเพจ เป็นต้น 2.2 แยกความต้องการระหว่างลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ ลูกค้าใหม่: คุณต้องนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าจะได้ประโยชน์  ไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากขาย ลูกค้าเก่า: ทำอย่างไรที่จะทำให้เขากลับมาซื้อซ้ำ ควรนำเสนอด้วยสินค้า หรือบริการใหม่ๆที่เรามี และสิ่งเหล่านี้เขาจะได้ประโยชน์อย่างไร 2.3 ตั้งเป้าในการโทร หรือเข้าพบลูกค้า  - ท่าเบสิคพื้นฐาน ในการปิดการขายอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเราได้ Lead มาแล้ว คือ การนัดหมายเพื่อเจอ ถ้าเจอไม่ได้ ก็ควรโทร โดยใช้ประโยคที่แนะนำตัวกระชับ สั้น แต่แตกต่างเพียง 10-15 วินาทีเท่านั้น - ตั้งเป้าหมายกับทีมเป็นรายเดือน และรายวัน คือ กลยุทธ์สำคญ ที่คุณควรทำนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมขายคุณ สองหลักคิดที่ว่ามานี้ คือ กลยุทธ์และ How to สำคัญ ที่จะช่วยเร่งยอดขายให้เพิ่มขึ้นในช่วงสิ้นปีนี้ได้ โดยที่คุณสามารถนำมาใช้ในการตั้งเป้าสร้างคอนเทนท์ใหม่ๆ เพื่อให้ได้ Lead ลูกค้า และวางแผนแบ่งหน้าที่กับทีมในการเข้าพบ หรือโทร ให้ได้ตามเป้า โดยที่สคริปต์การขายคุณต้องขุด “หัวใจที่แตกต่างกว่าคู่แข่งออกมาให้ได้” เพียง 1 ประโยคเท่านั้น ไม่ต้องยาว เพื่อเป็นหมัดฮุกในการชนะใจลูกค้า และภารกิจหลังจากนี้ นันก็คือ การเพิ่มพลังให้กับทีมขาย พร้อมซัพพอร์ตข้อมูลให้กับทีม ตั้งเป้าร่วมกันดันยอดให้โตชนะตลาดในช่วงนี้ให้ได้ พวกเราเป็นกำลังใจช่วยครับ และหากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ และรู้สึกว่าอยากหาทีมที่ปรึกษามาช่วยดันเรื่องยอดขาย วางแผนการสร้างแบรนด์ รวมถึงวางแผนการทำตลาดปีหน้า 2021 พวกเรา Extrasunday ยินดีให้บริการเป็นอย่างยิ่งครับ พวกเราเน้นการสร้างคุณค่าให้กับทีมของคุณ ในการเข้าใจจุดแข็งของแบรนด์ เข้าใจจุดแข็งของสินค้า และที่สำคัญเข้าใจลูกค้าของคุณให้ดีขึ้น ด้วยประสบการณ์ที่พวกเราคลุกคลีอยู่ในตลาด และผลลัพธ์ที่ช่วยดันธุรกิจให้มียอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในช่วงโควิด เรายินดีให้คำปรึกษา ติดต่อเรามาได้ที่ 086-710-5020​

เข้าใจการสร้าง Brand Positioning ใน 3 นาที วางจุดยืนให้ดี ไม่มีหลงทาง

ปัญหาที่หลายธุรกิจมักพบคือ ขายของมาตั้งนาน ขายดีด้วย
แต่… ยังไม่แน่ใจว่า เข้าใจความเป็นแบรนด์ของตัวเองแค่ไหน หรือ ในสายตาลูกค้าแล้ว เราเป็นแบบไหน ?
ด้วยความที่ติดอยู่กับปัญหานี้ ก็อาจยังไม่มีไอเดียในการพัฒนาแบรนด์ให้ตรงจุด

ชั่ย ๆ เราจำได้ ! How to เขียน “แท็กไลน์” ให้ลูกค้าจำแบรนด์คุณได้อย่างขึ้นใจ

แบรนด์ของคุณมี “แท็กไลน์” แล้วรึยัง ? ถ้ายัง… ลองอ่านตรงนี้ไม่เกิน 3 นาที เผื่อว่าคุณจะมีไอเดียนำไปปรับใช้กับแบรนด์ของคุณ

...
...
ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์,สร้างแบรนด์,เรียน Branding,ที่ปรึกษาธุรกิจ SME,ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์

29/1 Piyaplace BLDG.
Lungsuan, Pathumwan Bangkok 10330

Phone: 
+66 86 710 5020

OUR OFFICE

กดตรงนี้เพื่อดูอีเมล

กดตรงนี้เพื่อดูเบอร์โทร

สร้างผลลัพธ์ธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล​

Copy right © 2020 extrasunday.co.th. All Right Reserved.​

Call us Now!