THIS IS YOUR TITLE.

THIS IS YOUR TITLE.

EDIT THIS TEXT BLOCK.

 

The Text Block element is a smart combination with both a header and paragraph, to help you create cohesive, uniform sections on a page. Easily drag and drop a Text Block onto your canvas and then edit properties such as font, position, color, fill etc. to complement your design.

The Paragraph element is a way to create long, uniform sections of text in your design and is suitable for descriptions, explanations and more. Easily drag and drop a Paragraph onto your canvas and then edit properties such as font, position, color, fill etc. to complement your design.

The Paragraph element is a way to create long, uniform sections of text in your design and is suitable for descriptions, explanations and more. Easily drag and drop a Paragraph onto your canvas and then edit properties such as font, position, color, fill etc. to complement your design.

ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์,สร้างแบรนด์,เรียน Branding,ที่ปรึกษาธุรกิจ SME,ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์

Social Media Trends 2018 

ที่ยังคงมาแรง และแรงขึ้นอีก​

BLOG

ผ่านมาจนเกือบถึงปลายปีแล้วการตลาดในโลกออนไลน์ยังมีการอัพเดทอยู่ทุกวัน หากจะทำแบรนด์ให้โตคุณคิดว่าแบรนด์ของคุณใช้เครื่องมือสำหรับ Marketing Online ได้ครบและคุ้มหรือยัง ? Check list เทรนด์ออนไลน์ไปด้วยกัน อันไหนที่พลาดและยังไม่ได้ทำ แนะนำให้เริ่มเดี๋ยวนี้เลยกับเทรนด์ที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น กับ 7 เทรนด์ สำคัญต่อไปนี้

 

1. ถ้ายังไม่เคย Live เพื่อสร้าง Engagement ให้ลองซะ

 

      ใครจะไปคิดว่าการ Live สดผ่าน Facebook หรือ Instagram จะกลายเป็นช่องทางการสร้างรายได้ได้มหาศาล ต่อให้ไม่ใช่ดารา หรือเซเลปการ Live สดบน Social ถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก นอกจากจะเป็นการโชว์ Lifestyle หรือพูดคุยเล่นกับเพื่อน เดี๋ยวนี้ยังสามารถขายสินค้า เสื้อผ้า รีวิวของชิ้นใหญ่ๆจนทำให้สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือนก็มีมาแล้ว เพราะทั้งดูง่าย โอนสะดวกแบบนี้ การทำรายได้จาก Live ก็กลายเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจ

      ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้คนเราอ่านหนังสือน้อยลง และเสพสื่อออนไลน์มากขึ้น ยิ่งเป็น Live Video คนกลุ่มนี้ใน Social มีมากถึง 80% มากกว่าการนั่งอ่านโพสตาม News feed ซะอีก อันที่จริงแล้วการ Live สำหรับแบรนด์ไม่จำเป็นต้องตลก หรือเน้นเสียงหัวเราะเพื่อเรียกความสนใจเท่านั้น แต่แบรนด์ดังๆที่มีคาแรคเตอร์ติดหรูอย่าง Chanel หรือ Fendi ก็มักจะ Live งาน Fashion show เดินแบบ หรือการตั้งกล้องไว้ที่สินค้าโดยที่ไม่อธิบายอะไรเฉยๆก็มี เป็นการ Live ที่เรียกความสนใจ และขายของไปพร้อมๆกันได้ โดยที่ยังรักษา Character ไว้ได้ด้วย

 

2. Chatbots ที่รวดเร็ว และไม่เคยหลับ

 

      เคยไหมที่อยากซื้อของออนไลน์เวลากลางคืน แต่สั่งแล้วแม่ค้าก็ไม่ตอบสักทีระหว่างรอก็เจออีกร้านที่ถูกใจกว่าแล้ว คุณคงไม่อยากเจอเหตการณ์แบบนี้แน่ๆ ทำทุกอย่างมาสะดิบดี สุดท้ายลูกค้าติดต่อมาแต่ดันพลาดตอบไม่ทันทำให้ต้องเสียโอกาสขายไป

      นี่เป็นเหตผลที่ร้านค้าออนไลน์เดี๋ยวนี้เริ่มหันมาใช้ Chatbots กันมากขึ้น ด้วยการแค่ตั้งโปรแกรมด้วยการตอบคำถามที่ลูกค้ามักถามเข้ามา ไปจนถึงสามารถส่งตัวเลือกสินค้าให้กับลูกค้าได้แล้ว เห็นได้จากยอดการใช้ Chatbots ที่มากถึง 100,000 Accounts ในปัจจุบัน เพราะนอกจาความรวดเร็ว Chatbots ยังสามารถช่วยลดต้นทุนที่ต้องจ้างแอดมินเพื่อการตอบคำถาม หรือสั่งออเดอร์ได้ด้วย  แน่นอนว่าการพูดคุยจากคนจริงๆจะทำให้ลูกค้าประทับใจกับแบรนด์ของคุณที่สุด แต่ถ้าหากยอดสั่งสินค้ามีมาก การใช้ Chatbots สำหรับตอบคำถามซ้ำๆของลูกค้าก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน

 

3. อย่ามองข้าม Micro Influencer ที่จะทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จัก

 

      นาทีนี้ถ้าคุณไม่รู้จัก Influencer ไม่ได้แล้วนะ เพราะทุกวันนี้การใช้คนที่มียอด Follower มากๆช่วยให้สินค้าเราเป็นที่รู้จักก็ยังใช้ได้อยู่ แต่เราไม่ต้องส่งสินค้าหรือจ้างดารา เซเลปรีวิวในราคาสูงลิ่วอีกต่อไป เพราะการให้ Influencer แนะนำสินค้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์แล้วโฆษณาผ่านช่องทางที่คนเห็นมากกลับทำให้ได้ยอด Engagement ที่มากกว่าด้วยซ้ำ แค่ต้องเลือกใช้ Influencer ให้ถูกทาง

     Micro Influencer คือคนใน Social ที่มี Follower อยู่ที่ 1,000-90,000 คน และหากมากกว่านี้จะถูกเรียกว่า Macro Influencer ในยอด Follower ที่ หลักแสนต้นๆ ซึ่ง Micro Influencer นี้จะเป็นคนที่สามารถสร้างความไว้ใจ สามารถชักชวน และมีความน่าเชื่อถือหากแนะนำสินค้า หรือบริการของคุณให้เป็นที่รู้จักสู่เหล่าแฟนคลับหรือคนใกล้ตัวของเขาได้ การเลือกใช้เช่น หากคุณต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือโปรโมทอีเว้นต่างๆ คนที่ตอบโจทย์คือ Macro Influencer แต่ถ้าหากต้องการเข้าถึงดีเทลของสินค้าอย่างละเอียดและจริงใจ จุดนี้แหละที่คุณต้องใช้ Micro Influencer

 

4. ทำให้กลุ่มลูกค้าเต็มใจสร้าง User-Generate Content ให้แบรนด์ของคุณ

 

      User-Generate Content คือการที่ลูกค้าโพสหรือแนะนำสินค้าของคุณด้วยตัวเขาเอง โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนหรือเสียค่าโฆษณาใดๆเลย เช่น การที่ลูกค้าแชร์รูปที่มีสินค้าของแบรนด์คุณด้วยความภูมิใจ หรือจากกิจกรรมที่คุณแจกสินค้า ส่วนลด หรือของรางวัลขึ้นมา และมีเงื่อนไขให้ขยายการรับรู้ด้วยการแชร์โพสหรือ Hashtag จึงจะได้รับสิทธิลุ้นรางวัลที่ต้องการ

      ตัวอย่างที่เห็นบ่อยทุกวันนี้อย่าง Starbuck ที่เมื่อใครก็ตามที่เข้าไปซื้อกาแฟกิน มักจะถ่ายรูปมือถือแก้ว หรือเช็คอินไว้ เพื่อเป็นการโชว์ Lifestyle ไปในตัว หรือใส่เสื้อผ้าแบรนด์นี้แล้ว Tag ชื่อร้านใน Instagram เพื่อแลกส่วนลดในครั้งถัดไป

 

5. เครื่องมือการตลาดตัวใหม่ที่ชื่อ Ephemeral Content

 

      คงไม่มีใครไม่เคยเห็น Stories ที่มีอายุสั้นๆแค่ 24 ชม.อย่างบน Instagram หรือ Facebook จริงๆ Platform นี้มีมานานแล้วจากแอพที่ชื่อ Snapchat ดังและแพร่หลายมากสำหรับวัยรุ่นโซนยุโรป

      แม้จะมีข้อสงสัยว่ากับแค่ 24 ชั่วโมงนี้จะโปรโมทสินค้า หรือทำการตลาดยังไง แต่คุณรู้ไหมว่าจริงๆแล้วพฤติกรรมมนุษย์ที่ทำให้ Ephemeral Content มันเวิร์คได้ก็คือความคิดว่า “กลัวอดดู” หรือ Fear of Missing Out Effect ยิ่งมาน้อยอยู่ได้ไม่นาน ยิ่งอยากดู เพราะสิ่งจะโชว์ให้เห็นในเวลา 24 ชั่วโมงนี้ส่วนใหญ่มักเป็นอะไรที่หาดูไม่ได้ในภาพที่แบรนด์ลงทั่วไป อย่างเบื้องหลังการถ่ายภาพสินค้าตัวใหม่ที่กำลังจะออก หรือการประกาศว่ากำลังจะลดราคาสินค้า ก็จะทำให้ลูกค้าของคุณจ้องจะดู Stories ใหม่ๆจากแบรนด์ และสำหรับแบรนด์ของคุณเองก็สามารถลงรูปหรือคลิปสั้นๆได้ถี่เท่าที่ต้องการโดยที่ไม่กวน Timeline ของ Followers คุณอีกด้วย

 

6. ไม่ซื้อ Ads ไม่ได้แล้ว

 

      ถ้าดีกรีไม่ได้ติดว่าแบรนด์ก่อตั้งโดย ดารา หรือเซเลป การรอให้ลูกค้าของคุณวิ่งเข้ามาเจอโพสขายของ หรือเห็นสินค้าใหม่ด้วยตัวเอง ก็เป็นเรื่องที่ยากแล้วนะ เพราะเป็นที่รู้กันว่า Algorithms ของ Social ทุกช่องทางปรับกันถี่จนแทบจะเรียกว่าตามไม่ทัน และหน้า News feed ของลูกค้าคุณก็เช่นกัน ที่ถ้าหากว่าวันนึงเพจ หรือโพสของคุณมีคนเห็นน้อยลงเรื่อยๆ ก็บอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแบรนด์อื่นๆได้ทำการแทนที่แบรนด์คุณด้วยการซื้อโฆษณาเข้าแล้วไง ทั้งเจาะจงกลุ่มเป้าหมายเดียวกับคุณ ไปจนกระทั่งเรียกร้องความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเดียวกับคุณได้

      หากยังเริ่มต้นยิง Ads หรือซื้อไม่ถูก แนะนำให้เริ่มที่ช่องทางที่ง่ายสุดอย่าง Facebook Ads ที่คุณสามารถกำหนด Target เองได้ และทางนี้ยังจะเป็นทางที่คุณได้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วที่สุดด้วย

 

7. ใครบ้างไม่ดู Video Content ?

 

      ทุกวันนี้เลื่อน News feed ไปเห็นมีแต่เพื่อน แชร์วิดีโอทั้งนั้น วิดีโอตลกบ้าง วิดีโอดราม่าเรียกน้ำตาบ้าง วิดีโอ DIY นั่นนี่เยอะไปหมด การแนะนำสินค้าบริการอะไรก็ตามแต่ ชั่วโมงนี้ถ้ามาในรูปแบบวิดีโอเรียกได้ว่ายอด Like ไม่ขึ้นไม่เป็นไร แต่ที่มาแน่ๆเลยคือยอด View เพราะอันที่จริงมันคือความสะดวกสบายของผู้ชม และคุณยังสามารถหาประโยชน์จากจุดนี้ได้อีก เพราะ Content ที่ได้รับ Engagement มากที่สุดก็คือ Video Content นี่แหละ มันคงจะง่ายกว่าถ้าเราเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือถ่ายโชว์ภาพวิวสวยๆในรูปแบบวิดีโอ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นภาพได้ง่ายขึ้น แถมไม่ต้องอธิบายข้อดีของสินค้าเราให้ยาวยืด แต่จบได้ในวิดีโอสั้นๆแค่ 3-5 นาที

 

สรุปแล้ว

      การทำ Marketing ให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักมีทั้งแบบที่ต้องใช้ค่าใช้จ่าย และไม่ใช้ สำคัญคือคุณต้องรู้จัก ว่ากลุ่ม Target ลูกค้าของคุณคืออะไร และ Character ของแบรนด์คุณเป็นแบบไหน เพื่อจะให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณไม่เพียงเป็นที่รู้จัก แต่สร้างการจดจำได้ในระยะยาวอีกด้วย

 

 

Reference : https://blog.hubspot.com/marketing/examples-of-user-generated-content

                 https://www.quicksprout.com/2018/05/21/the-top-10-social-media-trends-of-2018/

                 https://blog.bufferapp.com/social-media-trends-2018

                 ​

29/1 Piyaplace BLDG.
Lungsuan, Pathumwan Bangkok 10330

Phone: 
+66 86 710 5020

OUR OFFICE

กดตรงนี้เพื่อดูอีเมล

กดตรงนี้เพื่อดูเบอร์โทร

สร้างผลลัพธ์ธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล​

Copy right © 2020 extrasunday.co.th. All Right Reserved.​

Call us Now!