ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์,สร้างแบรนด์,เรียน Branding,ที่ปรึกษาธุรกิจ SME,ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์

7 องค์ประกอบ เพื่อค้นหา Brand DNA​

BLOG

      หากคุณมีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว คำถามคือ DNA ของแบรนด์คุณคืออะไร ?  เคยได้ยินชื่อแบรนด์สินค้าบางอย่างที่เราเกิดไม่ทัน แต่รู้ว่ามีอยู่จริง ใครๆ ก็ยังจดจำได้จนถึงทุกวันนี้หรือไม่  เอกลักษณ์ คุณลักษณะ หรือ Footprint ที่แบรนด์ต่างๆ ได้เคยสร้างเอาไว้ให้เราเรียนรู้ มีทั้งที่อยู่จนถึงทุกวันนี้ และที่หายไปเหลือไว้แต่สรรพคุณ สโลแกน ที่คนยังนึกถึง แม้จะมีอายุอยู่เมื่อร้อยปีที่แล้วก็ตาม เหตุผลเดียวที่คนยังระลึกได้คือ การมี Brand DNA ที่ชัดเจนนั่นเอง

 

      ก่อนจะเริ่มค้นหา ต้องเข้าใจความหมายของ Brand DNA เสียก่อน Brand DNA เปรียบเสมือนมนุษย์ที่มีเชื้อชาติ สายพันธุ์ ที่มา  DNA ของแบรนด์ก็คือ ความเป็นมาของสิ่งที่แบรนด์คุณเป็นอยู่ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อาจจะไม่ใช่สิ่งที่แตกต่าง แต่มันมีแน่ๆ อยู่ในแบรนด์ของคุณ และสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดและควบคุมส่วนต่างๆ ของแบรนด์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  DNA อาจมีมากกว่า 1 อย่าง แต่ไม่ถึง 5 อย่าง เพื่อเอาไว้กำหนดสิ่งที่เป็นแบรนด์ของคุณจริงๆ และมีไว้เพื่อส่งผลไปถึงการกำหนด 

Character ที่ชัดเจน ให้เห็นถึงความแตกต่างจากคู่แข่ง การสร้างความชัดเจนให้ Brand DNA ของคุณทำได้ด้วย 7 องค์ประกอบนี้

 

1. ประกาศพันธกิจ

     

      บอกไปเลยว่าธุรกิจคุณมีวัตถุประสงค์การดำเนินงานเพื่ออะไร พันธกิจของคุณจะเป็นตัวบอกจุดยืนของบริษัท แต่ไม่ใช่เป้าหมายของบริษัท อาจจะเป็นมุมที่กว้างหรือเฉพาะเจาะจงก็ได้ ตามแต่คุณต้องการ เพียงขอให้เห็นภาพของสิ่งที่คุณจะมอบให้กับผู้คน

      อย่างประกาศพันธกิจของ Microsoft : “ ที่ Microsoft ภารกิจของเราคือ การช่วยให้ผู้คนและธุรกิจต่างๆ ทั่วโลกตระหนักถึงศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่"

 

BBC : “เพื่อยกระดับชีวิตของผู้คนด้วยรายการ และบริการที่ให้ความรู้และความบันเทิง"

 

Google : ”ภารกิจของ Google คือการจัดระเบียบข้อมูลของโลกและทำให้สามารถเข้าถึงและเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวาง”

 

2. ความเป็นมาของธุรกิจ

 

      เส้นทางธุรกิจกว่าจะมาเป็นวันนี้  ไม่ว่าจะใหม่ในวงการ หรืออยู่มาจนเป็นตำนาน ล้วนมีที่มาที่ไป อาจเริ่มจากความฝัน แรงบันดาลใจ หรือเป็นผลมาจากความรัก การทำงานหนัก เรื่องราวเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านได้เห็นอดีต เห็นเบื้องหลัง DNA  สำคัญคือทำให้เข้าใจคุณค่าหลัก และให้ความสนใจธุรกิจของเรา

      อย่างแบรนด์รองเท้าที่ตอนนี้มีชอปไปทั่วโลกอย่าง CHARLES & KEITH ก็เริ่มต้นมาจากการรับรองเท้าจากโรงงานมาขาย และเมื่อเห็นถึงคู่แข่งและความต้องการของลูกค้าที่ไม่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่เขามี ทำให้ CHARLES & KEITH ต้องเริ่มสั่งผลิตรองเท้าภายบ้านของเขาเอง ออกแบบ และจัดหาวัตถุดิบเอง และขายรวมกับรองเท้าโรงงานที่เขารับมา และเมื่อเสียงตอบรับจากลูกค้าดี เขาจึงเริ่มขยายออกสู่ต่างประเทศ และเริ่มทำออนไลน์ในที่สุด 

 

3. การให้คุณค่า

 

      การบอกถึงค่านิยม หรือการให้คุณค่ากับอะไรบางอย่าง จะเป็นตัวเชื่อมโยงคุณกับกลุ่มผู้สนใจ เพราะคนทุกคนล้วนต้องให้ค่ากับอะไรบางอย่างเสมอ หากธุรกิจของคุณบ่งบอกว่ามีความหลงใหล หรือให้ความสำคัญกับอะไร เช่น สันติภาพของโลก หรือ รักสิ่งแวดล้อม คุณก็จะมีเรื่องที่สื่อสาร มีเรื่องที่คนเฝ้าติดตาม มีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย  

      แต่สิ่งที่คุณต้องควรคำนึงถึงคือ การให้คุณค่านั้นต้องยืนอยู่บนความเป็นจริง ไม่เพ้อฝัน มีแววว่าธุรกิจคุณลงมือทำตามนั้นได้จริง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นท่าดีทีเหลว 

      ตัวอย่างที่เห็นชัดคือแบรนด์​ Freitag ที่เริ่มต้นจากสองพี่น้อง Freitag ที่มีความเชื่อว่าทุกอย่างที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ให้กลายเป็นสินค้าที่สุดยอดได้ ตัวกระเป๋าทนทานทำจากผ้าใบรถบรรทุกที่ไม่ใช้แล้ว และสายกระเป๋าจากยางในจักรยาน นำมาใส่คุณค่าด้วยการเป็นกระเป๋าที่มีลายไม่ซ้ำกันซักใบ และจากความตั้งใจทำให้ความเชื่อกลายเป็นคุณค่าที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าเลือกที่จะมีไว้เพื่อสะสม 

 

4. ผลงานทางธุรกิจ

 

      การบอกเล่าถึงผลงาน โดยให้เลือกสินค้า บริการหรือโครงการที่ดีที่สุดของธุรกิจออกมา ทำให้ผู้คนได้รับรู้ว่างานนั้นได้ให้บทเรียนกับธุรกิจของคุณ นั่นจะเป็น DNA ที่ทำให้นึกถึงแบรนด์ของคุณ เข้าใจในค่านิยมและได้เล่าที่มาของแบรนด์ไปพร้อมกันด้วย

      ด้วยความตั้งใจในการออกแบบ และมุ่งมั่น Christian Louboutin ก็เป็นแบรนด์รองเท้าที่ดังได้ จากการที่นักข่าวแฟชั่นได้ตีพิมพ์เหตุการณ์ในวันนั้น ว่าเจ้าหญิงแคโรไลน์ แห่งโมนาโคได้ เอ่ยปากชมและชื่นชอบรองเท้าของ Louboutin เป็นอย่างมาก หลังจากวันนั้นทำให้รองเท้าขายดีและดังเป็นพลุแตกในเวลาต่อมา 

 

5. การออกแบบ

 

      การออกแบบต้องสะท้อนภาพลักษณ์ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ การกำหนดตัวอักษร การใช้สี ภาพ ให้สอดคล้องกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายใต้ชื่อของบริษัท รวมถึงสำเนียงการสื่อสารเรื่องราวของบริษัท ทุกสิ่งต้องผ่านการคิดอย่างมีเหตุมีผล มีที่มา เพื่อจะบอกความหมายอะไรบางอย่างกับคนที่เห็นเสมอ 

       หาก DNA คุณคือความล้ำหน้า ทันสมัย ก็สามารถฉีกออกจากกฎเดิมๆ ที่คู่แข่งต้องเดินตาม ให้กลายเป็นที่จดจำได้ การคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์การออกแบบ ที่ทำซ้ำๆกัน เมื่อมากขึ้น บ่อยขึ้น มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าติดตาและนึกถึง เมื่อต้องการได้มากกว่าการออกแบบสะเปะสะปะและไม่สร้างการจดจำ 

  

6. Tone of Voice Guidelines

 

      แค่ลักษณะของการใช้เสียงก็สามารถบอกตัวตนได้ว่าคนนี้ต่างจากอีกคนยังไง เช่นเดียวกัน สำเนียงของการสื่อสาร การพูด น้ำเสียง โทนเสียง ความสูงต่ำของเสียงล้วนมีผลกับการเป็นแบรนด์ว่าจะดูมืออาชีพ ขี้เล่น นำสมัย หรือสุขุมรอบคอบ สิ่งนี้ก็สามารถอธิบายตัวตน เห็นถึงบุคลิก ทำให้แยกแยะบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างเดียวกัน มีสินค้าคล้ายคลึงกัน แต่คนรับรู้ตัวตน ทัศนคติ ค่านิยมที่ไม่เหมือนกัน 

 

      วิธีการเขียนก็เช่นกัน “ลื่น เรียบ หัวไม่แตกง่าย ปากกาจาก AAA” หรือ “ให้การทำงานของคุณ ราบลื่น และง่าย ปากกาจากAAA ที่เหมาะกับผู้บริหารเช่นคุณ” สินค้าคืออย่างเดียวกัน แต่แสดงอารมณ์ให้ผู้อ่านรู้สึกต่างกัน ควบคุมให้เสียงเหล่านี้เป็นตัวแบรนด์คุณให้ได้มากที่สุด เพราะนี่คือการสื่อสารโดยตรงสู่ลูกค้า ที่เป็นมากกว่าการมองเห็นจากสายตา

 

7. ตัวสินค้าและบริการ

 

      ธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการที่ชัดเจน มีความเฉพาะตัว เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ให้ความพิเศษกับลูกค้าของคุณได้อย่างไร มันเป็นส่วนสำคัญที่ประกาศให้โลกเห็นว่าคุณเป็นมืออาชีพในธุรกิจนี้แค่ไหน เช่น ผงซักฟอกทุกตัว ล้วนทำให้ผ้าสะอาด ขาว แต่วันนี้คนรู้จักคำว่า “ขาวอย่างโอโม่” 

 

ลองทบทวนทุกอย่างที่เป็นแบรนด์ของคุณ ถ่ายทอดแก่นแท้ให้มีภาพที่ชัดเจน จนเป็น Brand DNA เฉพาะตัวของคุณเท่านั้น ณ จุดนั้นแบรนด์ของคุณจะแข็งแรง อยู่ในความทรงจำของผู้คนตลอดไป

 

 

 Reference

                  

 

 

29/1 Piyaplace BLDG.
Lungsuan, Pathumwan Bangkok 10330

Phone: 
+66 86 710 5020

OUR OFFICE

กดตรงนี้เพื่อดูอีเมล

กดตรงนี้เพื่อดูเบอร์โทร

สร้างผลลัพธ์ธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล​

Copy right © 2020 extrasunday.co.th. All Right Reserved.​

Call us Now!