ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์,สร้างแบรนด์,เรียน Branding,ที่ปรึกษาธุรกิจ SME,ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์

แบรนด์ไหนๆก็ทำ Personalized Marketing

ได้ด้วย 3 หลักการนี้

BLOG

         ใต้ออฟฟิศของแอดมินมีร้านกาแฟ Franchise ชื่อดังมาเปิด แอดมินลองถามพี่ผึ้งเจ้าของร้านกาแฟโบราณหน้าตึกว่ากังวลว่าจะโดนแย่งลูกค้ามั้ย พี่ผึ้งตอบว่าไม่กลัว เพราะพี่ผึ้งรู้ใจลูกค้าประจำ จำชื่อได้ทุกคน แถมยังจำได้ว่าใครชอบกาแฟแบบไหน แค่เดินมาพี่ผึ้งก็ทำรอแล้ว ไม่ต้องสั่ง

         นี่คือตัวอย่างของ Personalized Marketing ซึ่งมีหลักง่ายๆ 3 ข้อ สามารถประยุกต์ใช้ได้ตั้งแบรนด์เล็กอย่างพี่ผึ้ง จนไปถึงแบรนด์ใหญ่ระดับโลก

 

Tracking

      ขั้นตอนแรกคือการเก็บข้อมูลติดต่อ เช่นการเก็บอีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขสมาชิก, Line Account, Facebook Account เพื่อเป็นช่องทางการกระจายข่าวสารและ Content รวมถึงการเก็บข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับ Target Audience ว่าพวกเขาซื้ออะไรจากแบรนด์ เขาชอบสไตล์ไหน บ่อยแค่ไหน มักจะซื้อร่วมกับอะไรเป็นต้น

โดยการขอนุญาต Track ข้อมูลของลูกค้ามักจะต้องแลกกับอะไรบางอย่าง เช่น แต้มสะสม การลงทะเบียนอีเมลเพื่อแลกกับส่วนลด การ Add Line Official เพื่อแลกของรางวัล ตัวอย่างการ Tracking ก็เช่น Sephora ร้านเครื่องสำอาง Multibrand ที่มี Data Base ของลูกค้าขนาดใหญ่ ทำให้รู้ว่าแต่ละคนชอบอะไร สีผิวอะไร ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้ทำให้แบรนด์สามารถส่งข่าวสารได้ถูกใจและไม่น่ารำคาญ

 

Triggering

      การ Trigger หรือ กระตุ้นลูกค้า ทำได้โดยการส่งข้อความ ไม่ว่าจะเป็น Promotional หรือ Inbound Content ตามที่ Track ไว้ว่าพวกเขาน่าจะชอบอ่านอะไร เคล็ดลับคือการ Personalized เช่น การขึ้นต้นอีเมลด้วยชื่อลูกค้า ให้ลูกค้ารู้สึกว่า Content หรือ Promotion นี้ สร้างมาเพื่อเขาคนเดียว อย่างอีเมลของ Sephora ก็จะขึ้นต้นด้วย “Dear Miss XXX, เราคิดว่าคุณน่าจะชอบอันนี้” หรืออย่างการส่งข้อความผ่าน Line Broadcast เพื่อกระตุ้นความอยากเป็นระยะๆ ขอให้คุณอย่าท้อ เพราะถึงแม้ลูกค้าจะไม่ซื้อในทันที แต่พวกเขาจะนึกถึงคุณเมื่อพวกเขาต้องการซื้อของ

 

Active Campaign

      คือกิจกรรมที่บอกให้ผู้บริโภคทำอะไรซักอย่าง เพื่อแลกกับส่วนลด หรือของแถม กิจกรรม Active Campaign นี่ทำเพื่อทดสอบสมมติฐาน เพื่อรู้พฤติกรรมผู้บริโภคให้ชัดมากขึ้น ทำให้แบรนด์สามารถทำ Personalized Marketing ได้แม่นยำมากขึ้น 

      ตัวอย่างเช่น Tesco Lotus ที่ Track ลูกค้าคนหนึ่งที่เคยซื้อผ้าอ้อมเด็ก แต่ Tesco Lotus ไม่แน่ใจว่าลูกค้าคนนี้เป็นคุณแม่หรือไม่ เลยทำ Active Campaign ส่ง Promotion ของใช้เด็กไปให้ลูกค้าคนนี้ ถ้าคูปองไม่ถูกใช้ในเวลาที่กำหนด ก็แสดงว่าสมมติฐานที่ว่าลูกค้าคนนี้มีบุตรอาจจะผิด ก็ควรจัด Promotion แบบอื่น จนกว่าจะ “รู้จัก” ลูกค้าคนนี้

      แบรนด์เล็กๆที่ไม่ได้มี Data Base ใหญ่ๆแบบ Tesco Lotus ก็อาจจะทำ Active Campaign เล็กๆอย่างการส่งอีเมลบอกว่ามีโปรโมชั่นนี้สำหรับคุณโดยเฉพาะ ให้ยื่นอีเมลนี้ที่ร้านค้าภายในวันที่ xxx แล้วจะได้ส่วนลด บลาๆๆ (แบบนี้ได้ผลกว่าโปรโมชั่น mass mass แบบที่ลดราคาให้ใครก็ได้ เพราะลูกค้าชอบความมีสิทธิพิเศษ) 

 

 

ที่มา: Imperial College London Podcast

 

29/1 Piyaplace BLDG.
Lungsuan, Pathumwan Bangkok 10330

Phone: 
+66 86 710 5020

OUR OFFICE

กดตรงนี้เพื่อดูอีเมล

กดตรงนี้เพื่อดูเบอร์โทร

สร้างผลลัพธ์ธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล​

Copy right © 2020 extrasunday.co.th. All Right Reserved.​

Call us Now!