ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์,สร้างแบรนด์,เรียน Branding,ที่ปรึกษาธุรกิจ SME,ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์

5 กฎทองต้องรู้ !

เมื่อ Gen Z ต้องการสานต่อธุรกิจครอบครัวให้รอดในยุค 4.0​

BLOG

5 กฎทองต้องรู้ ! เมื่อ Gen Z ต้องการสานต่อธุรกิจครอบครัวให้รอดในยุค 4.0

 

กว่าร้อยละ 80 ในประเทศไทย เป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งนับว่ามีความมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจในบ้านเราอย่างมาก ทุกวันนี้หลายธุรกิจครอบครัวก้าวเข้าสู่ทายาทรุ่นที่ 3-4 ซึ่งเป็นกลุ่มคน Gen Z และแน่นอนว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ยุคที่เทคโนโลยี นวัตกรรม พร้อมเข้ามา Disrupt ความสำเร็จเดิมๆ ที่เคยทำในรุ่นปู่ย่า รุ่นพ่อแม่ รวมไปถึงมุมมอง และทัศนคติของคนรุ่นใหม่วัย Gen Z ที่มีความคิดว่า ไม่อยากกลับไปช่วยธุรกิจครอบครัว, ไม่อยากทำธุรกิจกงสี,อยากออกไปสร้างธุรกิจของตัวเอง หรือแม้กระทั่งคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกที่จะออกมาทำงานประจำแทนที่การเข้าไปทำงานในธุรกิจครอบครัว ส่งผลต่อการปิดตัวลงของธุรกิจครอบครัวในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาเนื่องจากขาดผู้สืบทอดกิจการ

 

สิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อให้ Gen Z สามารถเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวให้รอดในยุค 4.0 มีกฎอยู่ 5 ข้อด้วยกัน คือ

 

1. เซ็ทโครงสร้างให้แข็งแกร่ง

โครงสร้างถือเป็นรากฐานของธุรกิจครอบครัว สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ เรื่องของ “การให้อำนาจการบริหาร” ระหว่างตัวทายาท หรือจะให้บุคคลภายนอกเข้ามาดูแล เรื่องนี้ต้องเกิดจากการตัดสินใจร่วมกัน อย่างยอมรับซึ่งกันและกันในครอบครัว ทั้งสองแนวทางนี้ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรอย่างแน่นอน หากทายาทรุ่น Gen Z เข้ามาดูแลเอง รุ่นพ่อแม่ก็ต้องให้สมดุลระหว่างอำนาจเดิมที่มีในธุรกิจครอบครัว กับแนวทางของทายาทที่จะเข้ามาบริหาร หรือหากต้องการให้มีการปรับโครงสร้างขององค์กร โดยการจ้างผู้บริหารมืออาชีพภายนอกเข้ามาบริหารธุรกิจครอบครัวก็ต้องแยกกันให้ขาดระหว่าง “เจ้าของธุรกิจ” กับ “ผู้บริหาร” ออกจากกัน

 

2. รุ่นพ่อแม่ต้องค่อยๆปล่อยมือ และวางมือให้ได้

การเปลี่ยนแปลงจากรุ่นสู่รุ่น ต้องใช้ระยะเวลาอย่างมาก บางครั้งอาจจะต้องใช้ระยะเวลา 2-3 ปี ในระหว่างกระบวนการเปลี่ยนถ่าย สิ่งสำคัญที่สมาชิกในธุรกิจครอบครัวต้องยอมรับ คือ แต่ละรุ่นมีแนวทางของความคิดเห็น ทัศนคติที่แตกต่างกัน รุ่นพ่อแม่ ก็ยังมีความเชื่อมั่นในความสำเร็จที่ตัวเองเคยทำในอดีต คนรุ่นใหม่ก็มีความเชื่อ และให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงของโลกออนไลน์ ทั้งสองโลกต้องเกิดการปรับจูนซึ่งกันและกัน สิ่งสำคัญที่ทั้ง 2 รุ่น ต้องมีร่วมกัน คือ “ความเข้าใจ” ซึ่งจะส่งต่อมาเป็น“ความเชื่อใจ” ในตัวสมาชิกในครอบครัว ตัวผู้นำรุ่นพ่อแม่เอง ก็ต้องค่อย ๆ ปล่อยอำนาจในการตัดสินใจ จากจุดที่เป็นความเสี่ยงต่ำ เพื่อให้เกิดการยอมรับซึ่งกันและกันระหว่างสองรุ่น และต้องยอมรับในการเปลี่ยนแปลงที่สามารถนำเทคโนโลยี หรือระบบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน ใช้เวลาเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างผู้บริหาร ไปจนถึงระดับพนักงานที่มีวัยแตกต่างกันในองค์กร เพื่อให้เกิดสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง เป็นรากฐานให้ทายาทรุ่น Gen Z ได้เข้ามาบริหาร ถึงแม้การปล่อยมือ ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเริ่มทำ

 

3. สร้างช่องทางการสื่อสารอย่างมืออาชีพ

สมาชิกในครอบครัวต้องเข้าใจบทบาทตามลักษณะโครงสร้างขององค์กร พยายามสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีความเป็นครอบครัว รุ่นพ่อแม่ที่เป็นผู้นำ มักมีการสื่อสารแบบการออกคำสั่ง แต่การสื่อสารที่ดี จำเป็นต้องเป็นการสื่อสารแบบ “Two way communication” ให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ลดการใช้อารมณ์ที่สร้างความร้าวฉาน ไม่เพียงในองค์กร แต่เป็นรอยร้าวภายในครอบครัวด้วย

และไม่ใช่เฉพาะการสื่อสารภายในองค์กร แต่ธุรกิจครอบครัวในยุคการบริหารของคนรุ่นใหม่ จำเป็นต้องเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะการสร้างช่องทางการสื่อสารในช่องทางออนไลน์ Social Media โดยต้องเข้าใจลักษณะของกลุ่มลูกค้าที่มีซับซ้อน

และแตกต่างกัน ผู้บริหารรุ่นใหม่จำเป็นที่จะต้องปรับใช้ช่องทางสื่อสารที่เหมาะสม และมีการวัดผลการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

 

4. สร้างข้อตกลงร่มกัน

ในการบริหารงานของธุรกิจครอบครัวจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างกฎ กติกา ให้ชัดเจน ไม่ต่างจากการเป็นทีมกีฬา อะไร คือ ข้อกำหนดในการอยู่ร่วมกัน ข้อกำหนดในการทำงานกับธุรกิจครอบครัว การกำหนดวาระในการพูดคุยความเป็นไปภายในครอบครัวและธุรกิจ การจ่ายค่าตอบแทน นโยบายการลงทุน การบริหารสินทรัพย์ของธุรกิจครอบครัว รวมไปถึงการกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารงานร่วมกันตามวิสัยทัศน์ และพันธกิจที่ได้วางไว้ จนถึงกลยุทธ์ในการบริหารความขัดแย้งภายในครอบครัว ทั้งหมดเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นระหว่างคนรุ่นพ่อแม่ และทายาทรุ่นใหม่

 

5. ยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

การปรับตัวในเรื่องนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก ที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวเผชิญกับความท้าทายในยุค “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น” ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ ในการมองหาตลาดใหม่ เพิ่มสินค้าใหม่ เริ่มใช้ Innovation เข้ามาในการผลิตสินค้าหรือบริการ การปรับใช้ไอทีโซลูชั่นในการเก็บข้อมูลลูกค้า (CRM) โดยนำข้อมูลที่ได้มาปรับใช้ในการผลิต การทำการตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าและรายได้ให้กับธุรกิจครอบครัว สิ่งที่สำคัญที่จะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางเรื่องนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงของ “คนในองค์กร” ที่ต้องทำทั้งไม้อ่อน และไม้แข็ง เช่น การอบรมพนักงาน ให้เห็นความสำคัญ ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงการกระทำจากการทำธุรกิจแบบแมนนวลไปสู่ดิจิทัล

 

ที่มาข้อมูล

Forb Thailand: https://bit.ly/32JAe9f
TCDC: https://bit.ly/3coDxHj 

Entrepreneur.comhttps://bit.ly/2Idwl2P
Ministry of Industry: https://bit.ly/2Tfcnem

 

 

 

 

 

 

 

29/1 Piyaplace BLDG.
Lungsuan, Pathumwan Bangkok 10330

Phone: 
+66 86 710 5020

OUR OFFICE

กดตรงนี้เพื่อดูอีเมล

กดตรงนี้เพื่อดูเบอร์โทร

สร้างผลลัพธ์ธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล​

Copy right © 2020 extrasunday.co.th. All Right Reserved.​

Call us Now!