สอบถามเพิ่มเติม คลิก!

เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนใจไว ทำยังไง ให้ลูกค้ายังอยู่กับคุณ ? (BX)

5 ช่องทาง หา Insight ของลูกค้า​

การหา Insight ของลูกค้านั่น สามารถทำได้หลายวิธี แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องเสียเงิน แทนที่จะต้องไปเสียเงินมากมายไปจ้างบริษัท research เพื่อหาข้อมูลพวกนี้ให้ วันนี้ผมจะมาแนะนำเครื่องมือในการหา Insight ของลูกค้ากันครับ

1. Research
บนโลกออนไลน์นั่นมีข้อมูลต่างๆมากมายให้เราเข้าไปค้นหาได้ แต่หลายคนอาจจะเริ่มไม่ถูกว่าจะหาจากอะไรก่อนดี เราแนะนำให้ลองเริ่มจากคำซัก 2 - 3 คำที่คิดว่าจะทำให้เราได้ข้อมูลที่ต้องการ ถ้ายังไม่ได้ให้ลองเปลี่ยคำนิดหน่อย เช่น สถิติการซื้อเครื่องสำอาง เป็น ตลาดเครื่องสำอาง 2020 เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่ต้องการแน่นอน

2. Observe
การ Observe คือการเฝ้าสังเกตุพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการข้อมูล Insight นี่เป็นวิธีที่เราแนะนำให้เลยทำ เพราะทำให้เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้นมากกว่าแค่ดูข้อมูลอยู่ที่หน้าจอ แต่จะมีข้อจำกัดนิดหน่อยคือ ต้องไม่ให้กลุ่มเป้าหมายรู้ตัว เนื่องจากจะทำให้ได้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไป และยังต้องมีจำนวนมากพอด้วย จึงทำให้ต้องใช้เวลาเยอะไปด้วย

3. Google Trends
หาธุรกิจของเรายังไม่ได้ใหญ่ หรือมีงบมากมายพอที่จะไปจ้างบริษัท research เพื่อหาความสนใจของผู้บริโภค Google Trends นั่นเป็นตัวเลือกที่ดีในการเข้ามาตอบโจทย์นี้ เพราะสามารถเข้าไปใช้เครื่องมือได้ง่ายและฟรี จะมีค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว นั่นคือเวลา ทั้งการใช้เครื่องมือ และการเตรียม Keywords ที่เหมาะกับ insight ที่เราต้องการหาโดยหนึ่งในข้อดีข้อสำคัญของ Google Trends เป็นการเรียกดูข้อมูลเทียบความสัมพันธ์กันระหว่าง keywords สองคำขึ้นไป หากเราเลือกกลุ่มคีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องกันหรือไม่ได้มีความหมายอะไรกับเป้าหมายของการเก็บข้อมูลนี้ก็อาจจะทำให้หลงทางและเสียเวลา

4. Social Listening
สำหรับ Social Listening นั้นเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการหา Insight โดยข้อดีของ Social Listening Tools คือเราสามารถเลือก Keywords เพื่อดูว่าเมื่อผู้บริโภคพูดถึง แบรนด์เรา หรือคู่แข่ง หรือประเภทสินค้าเรา เค้าพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง อะไรที่ดี อะไรที่อยากให้แก้ไข รวมไปถึงจำนวนการพูดถึงเป็นเท่าไร เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ตัวอย่างของ Social Listening Tools เช่น Zanroo

5. Google Analytics
สำหรับเครื่องมือสุดท้ายนี้ คือ Google Analytics ซึ่งจะต้องมี Website เสียก่อน จึงเป็นข้อจำกัดที่ค่อนข้างใหญ่ แต่มันจะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ได้บอกแค่จำนวนคนเข้าเว็บไซต์ จำนวนครั้งที่เข้าชม จำนวนครั้งที่จำนวนครั้งที่แต่ละหน้าเว็บถูกเปิด แหล่งที่มาของ traffic แต่ยังให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ที่ทำให้เราเข้าใจและรู้จักคนที่เข้าเว็บไซต์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น เพศ อายุ แหล่งที่อยู่ เรื่องที่สนใจระยะยาว (affinity) และเรื่องที่สนใจในปัจจุบัน (in-market) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ Google เก็บมาจากพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตและการใช้งานผ่านระบบในเครือของ Google ทั้งหมด (search, Andriod, Maps, YouTube, และอื่น ๆ ) ของ user ที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเรานั่นเองครับ  เมื่อเราได้ข้อมูลเหล่านี้มาแล้ว เราจะต้องนำมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างขึ้นมาเป็นแผน เพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจต่อไป  แต่หลายๆท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าแล้วจะวิเคราะห์ และทำออกมาเป็นแผนได้ยังไงยังไงต่อจากนี้ ทาง Extrasunday เรามีบริการ Business Consult เพื่อช่วยให้ธุรกิจของท่านพัฒนาและขยายต่อไป

ทำไมต้องใช้บริการ Extra Sunday
✅ เรามีทีมงานมืออาชีพ ด้าน Personal Branding และ Training ในรูปแบบบุคคลและองค์กร
✅ ทีมงานมากประสบการ์ณในการ Training องค์กรขนาดใหญ่ ไปจนถึง SME
✅ เราเป็นผู้นำธุรกิจด้านการพัฒนาแบรนด์และการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Tel : 086-710-5020
E-mail : [email protected]

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สร้างผลลัพธ์ธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล

Design by Genius
facebook extrasunday ที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์
Copyright © 2021 extrasunday.co.th. All Right Reserved.​