สอบถามเพิ่มเติม คลิก!

เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนใจไว ทำยังไง ให้ลูกค้ายังอยู่กับคุณ ? (BX)

อยากสร้างแบรนด์ ให้บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ต้องเตรียมตัวอย่างไร
กับเรื่องจริงสิ่งที่เอเจนซี่ไม่เคยบอกคุณ​​

วันนี้จะมาแชร์วิธีการสร้างแบรนด์ และมองหาโอกาสในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปหลังวิกฤติโควิด-19
และเป็นเรื่องเอเจนซี่ อาจจะไม่ได้บอกลูกค้าว่า มากกว่าแค่แบรนด์ ที่มีมากกว่า Logo มัน คือ อะไรกันแน่  ?

และจากหลายบริษัทที่ล้มหายตายจากไปในช่วงนี้  แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีโอกาสท่ามกลางแสงอันริบหรี่
บางบริษัทกลับหายหุ้น IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ดี อย่างเคสของ  บมจ. ศรีตรังโกลฟส์

ก็เลยเกิดเป็นไอเดียความคิดว่า แล้วในแง่คนทำแบรนด์ละ ?
ถ้ากำลังเตรียมตัวจะเข้าตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว คุณต้องทำอย่างไร ไม่ให้แป็กกับเรื่องจริงสิ่งที่เอเจนซี่ไม่เคยบอกคุณ
มีทั้งหมด 5 ข้อด้วยกันครับ

1. อย่าเปลี่ยนแค่ Logo ถ้า POSITION ยังไม่ชัด
ทำแบรนด์ไม่ใช่มีแค่ Logo และ Brand Book แต่ต้องมีมี Brand Position ที่ชัดเจน
ท่าบังคับของบริษัทที่ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ คือ ต้องทำแบรนด์ แต่เหนือกว่าการทำแบรนด์
คือ คุณต้องได้ Position ของแบรนด์ก่อน Position
มันก็คือ DNA ที่จะบ่งบอกว่า องค์กรของคุณเป็นใครให้กับลูกค้า
สิ่งเหล่านี้จะถูกกลั่นกรองออกมาให้เหลือเป็นคำที่สั้นที่สุด กระชับ และได้ใจความ
หรือที่เรียกกันว่า Brand Slogan ยกตัวอย่างแบรนด์ระดับโลกอย่าง Nike ที่มี Slogan ว่า Just Do It
เพราะ Posotion ของแบรนด์ของฮีโร่ นักกีฬา ที่กล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง
สิ่งที่เป็นปัญหาของหลายๆแบรนด์ตอนนี้ คือ ทำแบรนด์มาแล้ว แต่ Position ไม่ชัด
หรือไม่ถูกดึงคุณค่าที่แท้จริงออกมา สุดท้ายตอนที่มาทำการสื่อสาร
ทั้ง PR หรือทีมภายในก็ไม่สามารถสื่อสาร Value ขอององค์กรออกได้ชัด
สุดท้ายแบรนด์ของคุณก็ไม่แตกต่าง เมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่น่าสนใจ  

2. อย่ามองแค่มุมเดียวแต่ต้อง Inside Out และ Outside In ต้องมีมุมมองทั้ง Inside Out และ Outside In การทำแบรนด์ต้องมี 2 มุมมอง มุมมองแรก คือ มองจากคนใน คุณค่าที่องค์กรมี คนในองค์กรรับรู้ไหม การเปลี่ยนแปลงภายในขององค์กรมันไม่ใช่แค่พนักงานเปลี่ยนยูนิฟอร์ม หรือเปลี่ยน Logo บริษัท แต่ไม่ได้เกิดความภูมิใจ รู้สึกดีที่ได้ทำงานองค์กรนี้ผมเจอมาหลายบริษัทมากที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว แต่พอลงไป Audit ทีมจริงๆกลับพบว่า พนักงานส่วนมากไม่รู้สึกดีกับแบรนด์เลย สิ่งนี้ คือ ปัญหาที่ร้ายแรงในการสร้างแบรนด์องค์กรหรือ Corporate Brand เพราะสุดท้าย มันจะส่งผลไปถึงด้านประสิทธิภาพการทำงานโดยภาพรวมลดลงโอกาสในการทำกำไรก็ต่ำลงเช่นกัน  

ส่วนอีกมุมมอง คือ Outside In คือ ทำอย่างไรละ ให้นักข่าว นักลงทุน สนใจในตัวบริษัทคุณซึ่งปัญหาข้อนี้แก้ได้ด้วยเครื่องมือการทำ PR Commmunication ครับแต่สิ่งสำคัญ คือ เอา Position ของแบรนด์ที่ชัดๆ มาก่อน แล้วเอา Key Message หลักที่ได้มาทำการสื่อสาร ผ่านกระบอกเสียงอย่างนักข่าว ที่น่าเชื่อถือ การเลือกใช้สื่อที่เหมาะสมการเลือกใช้ Influencer ที่มีส่วนกระตุ้นให้คนเห็นอยากลงทุนและสุดท้าย ต้องยืนระยะครับ คือ มีความถี่ที่ต่อเนื่อง เหมื่อนเราวิ่งไม้ผลัด ไม่ใช่วิ่ง 4x100 ที่รวดเดียวจบครับ

3. มองหาโอกาส ท่ามกลางวิกฤตให้เจอ
ข้อนี้สืบเนื่องจากข้อแรกครับ คือ เราต้องมองหาโอกาส ยิ่งในยุคโควิด-19 อะไร คือ โอกาสที่ทำให้องค์กรเติบโต
อะไรที่ทำให้คุณเนื้อหอมตั้งแต่ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ คุณต้องหามันให้เจอ ก่อนที่จะออกไปสื่อสารนะครับ
โอกาสมีเรื่องของอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น  
1.อัตราการเติบโตของบริษัทที่สวนกระแส สามารถทำกำไรได้ในสภาวะวิกิฤต
2.องค์กรสามารถเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์การเติบโต          หรือเป็นผู้กำหนดทิศทางของเทรนด์ในอุตสาหกรรมที่ตัวเองอยู่ได้
3.การเป็นผู้นำ ที่มีความน่าเชื่อถือ การมี Story ที่อยู่มานาน
4.โอกาสที่เหนือกว่าคู่แข่งด้วยการเอื้อต่อกฏหมาย หรือ นโยบายภาครัฐบางอย่าง
5.การที่คู่แข่งเข้ามาตีตลาดได้ยาก
6.การที่บริษัทสามารถมีการบริหารการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี สามารถโหนกระแสในเรื่องนี้ได้ เป็นต้น

4. มี Checklist ก่อนก้าวข้ามความกลัว
ความกลัวที่น่ากลัวที่สุด คือ การช้าครับ นี่เป็นยุคที่ใครไวกว่าชนะจริงๆ
แต่ก่อนที่เราจะแอคชั่น แน่นอนครับ มันต้องคิดให้ครบว่าเรามี Factor ที่เป็นพื้นฐานครบหมดแล้วหรือยัง
ถ้ายังก็ต้องมาปรับพื้นฐานเรื่องของ
BRAN DNA
BRAND POSITION
BRAND VISION & MISSION
BRAND STORY TELLING

BRAND COMMUNICATION กันให้ดีๆก่อน รวมไปถึงการทำ TEAM TRAINING ด้วยครับ
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำ และทีมงานทั้งหมด ที่จะเป็นภาพสะท้อนว่าบริษัทของเราเจ๋งจริงๆ นะ
ควรคาแก่การเข้ามาลงทุน  

5. สื่อสารต่อเนื่อง ยืนให้ได้ในระยะยาว
ความยากอย่างหนึ่งของการทำแบรนด์ มันเหมือนกับการที่เราปลูกต้นไม้ครับ มันต้องใช้เวลาดังนั้นเมื่อเราสื่อสารออกไปแล้ว เราห้ามหยุดเป็นอันขาด ต้องทำต่อเนื่อง และมีความถี่ที่เหมาะสมซึ่งในช่วงแรก ๆ ก็จำเป็นต้องเลือกใช้เงินกับสื่อ ที่มีจำนวนพอเหมาะและให้ครบทุกมิติของกลุ่มลูกค้า อย่างน้อยๆ ก็มี 6 เดือน - 1 ปีครับแต่ถ้าคุณทำได้ แล้วแบรนด์คุณเกิดการจดจำ ต้นทุนตรงนี้จะค่อยๆ ลดลง และลูกค้า นักลงทุนก็จะจดจำแบรนด์คุณในทิศทางที่ดี เป็น Top of Mind ให้กับคน  

เอาละครับ สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ และยังมีคำถาม มาพูดคุยกับพวกเราได้ครับชาว Extrasunday พวกเราเชื่อมั่นว่าแบรนด์ไทยต้องเป็นแบรนด์ระดับโลกให้ได้แต่เราอยากเห็นแบรนด์คนไทยไปถึงจุดนั้นจริงๆครับ เราเป็นทีมงานรุ่นใหม่ ที่ทำงานกันหนักและหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้เราเห็นมุมมอง วิธีคิด และเทรนด์ของตลาดที่ขึ้นลงอยู่เสมอและตอนนี้เรามีแพ็คเก็จสำหรับองค์กรที่ต้องการเข้าหลาดหลักทรัพย์เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้า IPO ต้องทำอย่างไร ต้องทำ PR แบบไหนหากสนใจ ติดต่อหาพวกเราได้ครับ ยินดีให้บริการ  
#ทำแบรนด์เข้าตลาดหลักทรัพย์
#สร้างแบรนด์
#IPO
#Branding
#ทำPR

ทำไมต้องใช้บริการ Extra Sunday  
เรามีทีมงานมืออาชีพ ด้าน Personal Branding และ Training ในรูปแบบบุคคลและองค์กร ทีมงานมากประสบการ์ณในการ Training องค์กรขนาดใหญ่ ไปจนถึง SME เราเป็นผู้นำธุรกิจด้านการพัฒนาแบรนด์และการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล

อย่าลังเลที่จะติดต่อเรา
Tel : 086-710-5020
E-mail : [email protected]

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สร้างผลลัพธ์ธุรกิจด้วยแบรนด์และการตลาดดิจิตอล

Design by Genius
facebook extrasunday ที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์
Copyright © 2021 extrasunday.co.th. All Right Reserved.​